ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Ekamailiving
แนะนำย่านคอนโดเลี้ยงสัตว์เอกมัยเอกมัยคอนโดรับสัตว์เลี้ยง

คอนโดเลี้ยงสัตว์ เอกมัย: หาตึกที่รับ คลินิก และที่พาหมาไปเดินจริง

โดย ทีมงาน Ekamailivingอ่าน 14 นาที
ภาพจริงของ MARU Ekkamai 2 ย่านเอกมัย จาก Google Maps
ภาพ: MARU Ekkamai 2 · Google Maps

คอนโดเลี้ยงสัตว์ เอกมัย ไม่ใช่เรื่องที่หาได้ง่ายเท่าที่พอร์ทัลอสังหาฯ มักบอก เพราะไฮไรส์ใหญ่ติดสุขุมวิทหรือใกล้ BTS ส่วนมากมีข้อบังคับนิติบุคคลห้ามเลี้ยงสัตว์ชัดเจน ที่พักที่รับได้จริงมักเป็นอาคารโลว์ไรส์และมิดไรส์ที่ซ่อนอยู่ในซอยเอกมัย 5, 10 และ 12 ซึ่งขึ้นกับเจ้าของห้องแต่ละรายมากกว่านโยบายทั้งตึก บทความนี้พาไล่ตั้งแต่วิธีเช็กว่าตึกไหนรับสัตว์จริง เงื่อนไขสัญญาเช่าและเงินมัดจำสัตว์เลี้ยงที่ต้องตกลงก่อนเซ็น ไปจนถึงคลินิกสัตว์ที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ และจุดพาหมาเดินเมื่อย่านนี้ไม่มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ให้พึ่งพา

อินโฟกราฟิก · สรุป

สรุปสาระสำคัญ

ประเด็นสำคัญจากบทความนี้

  1. ตึกใหญ่ติดสุขุมวิทหรือใกล้ BTS เอกมัยมักห้ามเลี้ยงสัตว์ในข้อบังคับนิติบุคคล ส่วนอาคารโลว์ไรส์/มิดไรส์ในซอยเอกมัย 5, 10, 12 มีโอกาสรับสัตว์ได้มากกว่า แต่ขึ้นกับเจ้าของห้องเป็นราย ๆ ไป
  2. ต้องแยกให้ออกระหว่างการอนุญาตของเจ้าของห้องกับระเบียบของนิติบุคคล เพราะระเบียบตึกมีผลเหนือกว่าคำอนุญาตส่วนตัวเสมอ
  3. เงินมัดจำสัตว์เลี้ยงที่เก็บเพิ่มจากเงินประกัน 2 เดือนปกติ อยู่ราวครึ่งเดือนถึงหนึ่งเดือนของค่าเช่า ณ ช่วงเวลาที่เขียน และต่อรองได้ ควรตรวจสอบกับเจ้าของแต่ละรายอีกครั้ง
  4. คลินิกสัตว์และร้านอาบน้ำตัดขนมีกระจายอยู่ในซอยเอกมัย 10, 12 และตลอดสุขุมวิท 63 แต่การสื่อสารภาษาอังกฤษต้องโทรถามยืนยันก่อนเสมอ ไม่ใช่ทุกที่ที่มี
  5. เอกมัยไม่มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ การพาหมาเดินประจำวันต้องพึ่งซอยชั้นในช่วงเช้าตรู่หรือหลังพระอาทิตย์ตก และเผื่อเวลาเดินทางไปสวนใหญ่นอกย่านหากต้องการพื้นที่โล่งจริง ๆ
สารบัญ

คอนโดแบบไหนในเอกมัยที่รับสัตว์เลี้ยงจริง

รูปแบบที่เจอซ้ำ ๆ ในเอกมัยคือ ยิ่งตึกใหญ่และอยู่ติดถนนสุขุมวิทหรือใกล้ BTS เอกมัยมากเท่าไหร่ โอกาสที่ ข้อบังคับนิติบุคคลจะห้ามเลี้ยงสัตว์เด็ดขาด ก็ยิ่งสูงเท่านั้น ไฮไรส์ระดับที่ทำการตลาดกับพนักงานออฟฟิศและนักลงทุนมักเขียนข้อห้ามไว้ชัดในระเบียบอาคาร เพราะกลัวเรื่องเสียงรบกวน กลิ่น และความรับผิดในพื้นที่ส่วนกลาง ที่พักที่รับสัตว์เลี้ยงได้จริงในย่านนี้จึงมักไม่ใช่ตึกหน้าปากซอย แต่เป็นอาคารโลว์ไรส์และมิดไรส์ที่ซ่อนอยู่ลึกเข้าไปในซอยเอกมัย 5, เอกมัย 10 และเอกมัย 12 ซึ่งหลายแห่งอนุญาตแบบเป็นราย ๆ ไปตามเจ้าของห้อง ไม่ใช่นโยบายของทั้งตึก

  1. ตึกที่ห้ามชัดเจนในข้อบังคับนิติบุคคล: ต่อให้เจ้าของห้องใจดีแค่ไหน ระเบียบอาคารก็มีผลเหนือกว่า เลี้ยงไปก็เสี่ยงถูกร้องเรียนและสั่งให้ย้ายสัตว์ออก
  2. ตึกที่ระเบียบเงียบ ไม่ได้ห้ามแต่ก็ไม่ได้อนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร: กลุ่มนี้พบมากสุดในซอยเอกมัยชั้นใน เจ้าของห้องแต่ละคนตัดสินใจเอง แต่ความเสี่ยงคือระเบียบอาจเปลี่ยนภายหลังได้
  3. ตึกที่ระบุว่ารับสัตว์เลี้ยงชัดเจน (pet-friendly): มีจริงแต่หายากในเอกมัย และมักตั้งเงื่อนไขเรื่องขนาดและจำนวนตัวไว้ ราคาเช่าอาจสูงกว่าห้องทั่วไปในทำเลเดียวกัน
  4. อพาร์ตเมนต์และบ้านเช่าโลว์ไรส์ในซอยลึก: บางครั้งยืดหยุ่นกว่าคอนโดนิติบุคคล เพราะเจ้าของเป็นคนเดียวที่ตัดสินใจ ไม่ต้องผ่านคณะกรรมการอาคาร

สัญญาเช่าและเงินมัดจำสัตว์เลี้ยง: ข้อที่ต้องตกลงก่อนเซ็น

เมื่อเจอห้องที่รับสัตว์เลี้ยงได้แล้ว งานยังไม่จบที่การจับมือตกลง สิ่งที่ต้องเคลียร์ก่อนเซ็นคือเรื่องเงินและความรับผิด โดยทั่วไปการเช่าคอนโดจะวางเงินประกัน 2 เดือนอยู่แล้ว และเมื่อเลี้ยงสัตว์ เจ้าของหลายรายจะขอเงินมัดจำสัตว์เลี้ยงเพิ่ม ซึ่ง ณ ช่วงเวลาที่เขียน มักอยู่ราวครึ่งเดือนถึงหนึ่งเดือนของค่าเช่า ตัวเลขนี้ไม่มีมาตรฐานตายตัวและต่อรองได้ ควรตรวจสอบกับเจ้าของแต่ละรายอีกครั้ง สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนเงินคือการระบุให้ชัดในสัญญาว่าอนุญาตสัตว์ชนิดใด กี่ตัว ขนาดเท่าไหร่ ใครรับผิดชอบความเสียหายที่เกินการสึกหรอปกติ และสัตว์เข้าลิฟต์กับพื้นที่ส่วนกลางได้หรือไม่ ประเด็นที่คนมองข้ามบ่อยคือความรับผิดที่แยกกันระหว่างเจ้าของห้อง (อนุญาตให้เลี้ยง) กับนิติบุคคล (ระเบียบอาคาร) เจ้าของอนุญาตได้ก็จริง แต่ถ้าระเบียบตึกห้าม คุณก็ยังเสี่ยงถูกสั่งย้ายสัตว์ออกอยู่ดี

ประเด็นสัญญาที่ปลอดภัยตกลงปากเปล่า (เสี่ยง)
การอนุญาตเลี้ยงระบุชนิด จำนวน ขนาดสัตว์เป็นลายลักษณ์อักษรในสัญญาเจ้าของ "โอเค" ทางแชตหรือด้วยวาจา ไม่มีในสัญญา
เงินมัดจำระบุยอดมัดจำสัตว์เลี้ยงและเงื่อนไขคืนเงินชัดเจนเก็บเพิ่มลอย ๆ ไม่บอกว่าหักอะไรได้บ้าง
สถานะระเบียบอาคารตรวจสอบข้อบังคับนิติบุคคลแล้วว่าไม่ห้ามไม่เคยเห็นระเบียบตึก เชื่อคำเจ้าของอย่างเดียว
ความเสี่ยงถูกไล่มีเอกสารยืนยัน ต่อรองได้หากมีข้อพิพาทถูกร้องเรียนเมื่อไหร่ก็อาจต้องย้ายสัตว์ออกทันที
เทียบสัญญาที่ปลอดภัยกับการตกลงปากเปล่า

คลินิกสัตว์ อาบน้ำตัดขน และตัวเลือกที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้

ข่าวดีสำหรับคนเลี้ยงสัตว์ในเอกมัยคือ ย่านนี้ไม่ได้ขาดแคลนบริการดูแลสัตว์ คลินิกสัตว์เล็กทั่วไปและร้านอาบน้ำตัดขนกระจายอยู่ตามซอยเอกมัยชั้นใน โดยเฉพาะแถบเอกมัย 10 และเอกมัย 12 รวมถึงตลอดแนวสุขุมวิท 63 ซึ่งเป็นถนนหลักของย่าน เนื่องจากเอกมัยเชื่อมต่อกับทองหล่อและพร้อมพงษ์ที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่หนาแน่น คลินิกบางแห่งในคอริดอร์ทองหล่อ–เอกมัย–พร้อมพงษ์จึงมีสัตวแพทย์ที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ แต่ไม่ใช่ทุกที่ ควรโทรถามก่อนเสมอ ส่วนโรงพยาบาลสัตว์ที่เปิด 24 ชั่วโมงมักไม่ได้อยู่ในซอยเอกมัยโดยตรง แต่กระจายอยู่ในพื้นที่สุขุมวิทวงกว้างกว่านั้น จึงควรหาพิกัดและเบอร์ฉุกเฉินไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะต้องใช้จริง

  • ยืนยันเรื่องภาษาอังกฤษด้วยการโทรถามตรง ๆ ว่ามีสัตวแพทย์พูดอังกฤษได้ในช่วงเวลาที่คุณจะไปหรือไม่ ไม่ใช่แค่พนักงานต้อนรับ
  • ถามเวลาเปิด–ปิดและว่ามีบริการนอกเวลา/ฉุกเฉินไหม เพราะคลินิกในซอยหลายแห่งปิดค่ำและหยุดบางวัน
  • หาโรงพยาบาลสัตว์ 24 ชั่วโมงในพื้นที่สุขุมวิทที่กว้างขึ้นเผื่อไว้ พร้อมเช็กเส้นทางตอนรถติด เพราะสุขุมวิทช่วงเอกมัย–ทองหล่อการจราจรหนาแน่นในชั่วโมงเร่งด่วน
  • สำหรับอาบน้ำตัดขน ถามว่ารับสุนัขพันธุ์/ขนาดของคุณไหม คิวยาวแค่ไหน และต้องนัดล่วงหน้าหรือไม่ ร้านเล็กในซอยมักคิวเต็มช่วงสุดสัปดาห์
  • เก็บประวัติวัคซีนและยาของสัตว์เป็นภาษาอังกฤษไว้ เผื่อต้องเปลี่ยนคลินิกหรือใช้บริการฉุกเฉินที่ไม่รู้จักสัตว์ของคุณมาก่อน

พาหมาไปเดินที่ไหนในเอกมัย เมื่อย่านนี้ไม่มีสวนใหญ่

นี่คือข้อจำกัดที่พอร์ทัลไม่ค่อยบอก: เอกมัยไม่มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ในตัวเอง การพาหมาเดินทุกวันจึงต้องพึ่งซอยชั้นในที่เงียบ พื้นที่สีเขียวเล็ก ๆ ตามโครงการ และการยอมเดินทางไปสวนใหญ่นอกย่าน การเดินในซอยเอกมัย 5, 10 หรือ 12 ช่วงเช้าตรู่หรือหลังพระอาทิตย์ตกพอไหว แต่ต้องยอมรับว่าฟุตพาททางเดินไม่เรียบเสมอ มีมอเตอร์ไซค์และรถสวนในซอยแคบ แดดกลางวันร้อนจัด และแทบไม่มีสนามหญ้าจริง ๆ ให้หมาวิ่ง ถ้าอยากได้พื้นที่โล่งจริง ต้องเผื่อเวลาเดินทางออกไปสวนใหญ่ในพื้นที่สุขุมวิทที่กว้างขึ้น ซึ่งเมื่อรวมรถติดแล้วไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ทุกเช้า อีกด้านหนึ่ง เอกมัยเป็นย่านคาเฟ่หนาแน่น และคาเฟ่บางแห่งเป็น pet-friendly รับสัตว์เข้าได้ ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเลี้ยงหมาที่นี่จริง ๆ

  • เดินเช้าก่อน 8 โมงหรือหลัง 6 โมงเย็นเพื่อเลี่ยงแดดและรถในซอย พื้นถนนกลางวันร้อนพอที่จะทำร้ายอุ้งเท้าหมาได้
  • ซอยเอกมัย 12 และซอยแยกย่อยด้านในเงียบกว่าปากซอยที่ติดสุขุมวิท 63 เหมาะกับการเดินสั้น ๆ ประจำวันมากกว่า
  • พกถุงเก็บมูลและน้ำติดตัวเสมอ ซอยชั้นในแทบไม่มีจุดทิ้งขยะหรือน้ำสาธารณะให้
  • สำหรับพื้นที่โล่งจริง เผื่อเวลาเดินทางไปสวนใหญ่นอกย่าน และเช็กสภาพจราจรบนสุขุมวิทก่อนออก
  • คาเฟ่ pet-friendly ในย่านคาเฟ่เอกมัยเป็นทางเลือกให้หมาได้ออกจากห้อง แต่ควรยืนยันนโยบายรับสัตว์ล่าสุดก่อนไป เพราะแต่ละร้านต่างกันและเปลี่ยนได้

ข้อดี

  • ซอยชั้นในเอกมัย 5/10/12 ค่อนข้างเงียบ เหมาะกับการเดินสั้น ๆ ประจำวัน
  • ย่านคาเฟ่หนาแน่น มีตัวเลือกคาเฟ่ที่รับสัตว์เลี้ยงให้พาหมาออกไปด้วย
  • คลินิกสัตว์และร้านอาบน้ำตัดขนอยู่ใกล้ ไม่ต้องขับรถไกล
  • ใกล้ทองหล่อและพร้อมพงษ์ที่มีบริการดูแลสัตว์รองรับชาวต่างชาติ

ข้อควรพิจารณา

  • ไม่มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ในย่าน ต้องเดินทางออกไปหาพื้นที่โล่ง
  • ฟุตพาทไม่เรียบ ซอยแคบ มีรถและมอเตอร์ไซค์สวน ไม่เหมาะกับหมาตัวใหญ่ที่ต้องการวิ่งเยอะ
  • แดดกลางวันร้อนจัด จำกัดเวลาเดินได้จริงแค่เช้าและเย็น
  • พื้นที่หญ้าจริงหายาก เทียบกับย่านที่ติดสวนสาธารณะขนาดใหญ่จะเสียเปรียบชัดเจน

คำถามที่พบบ่อย

คอนโดในเอกมัยรับเลี้ยงสัตว์ได้จริงหรือเปล่า

บางส่วนรับได้จริง แต่ไม่ใช่ทุกตึกอย่างที่พอร์ทัลมักโฆษณา ตึกใหญ่ติดถนนสุขุมวิทหรือใกล้ BTS มักมีข้อบังคับนิติบุคคลห้ามเลี้ยงสัตว์ชัดเจน ส่วนที่รับได้จริงมักเป็นอาคารเล็กในซอยเอกมัย 5, 10 และ 12 ที่ขึ้นกับเจ้าของห้องแต่ละราย ควรขอดูข้อบังคับอาคารก่อนเซ็นสัญญาเสมอ

เงินมัดจำสัตว์เลี้ยงตอนเช่าคอนโดต้องจ่ายเท่าไหร่

ณ ช่วงเวลาที่เขียน มักอยู่ราวครึ่งเดือนถึงหนึ่งเดือนของค่าเช่า เพิ่มจากเงินประกันปกติ 2 เดือน ตัวเลขนี้ไม่มีมาตรฐานตายตัวและต่อรองได้ ควรตรวจสอบและตกลงกับเจ้าของห้องแต่ละรายให้ชัดเจนก่อนเซ็นสัญญา

เจ้าของห้องอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์แล้ว แต่นิติบุคคลห้าม เลี้ยงได้ไหม

เลี้ยงได้ในทางปฏิบัติแต่มีความเสี่ยง เพราะระเบียบนิติบุคคลมีผลเหนือกว่าคำอนุญาตของเจ้าของห้องเสมอ หากมีการร้องเรียนจากเพื่อนบ้านหรือฝ่ายบริหารอาคาร อาจถูกสั่งให้ย้ายสัตว์ออกได้แม้เจ้าของห้องจะยินยอมก็ตาม

แถวเอกมัยมีคลินิกสัตว์ที่พูดภาษาอังกฤษได้ไหม

มีอยู่บ้าง โดยเฉพาะคลินิกในคอริดอร์ทองหล่อ–เอกมัย–พร้อมพงษ์ที่รองรับชาวต่างชาติหนาแน่น แต่ไม่ใช่ทุกแห่ง ควรโทรถามตรง ๆ ก่อนว่ามีสัตวแพทย์พูดอังกฤษได้ในช่วงเวลาที่จะไปหรือไม่

เอกมัยมีสวนให้พาหมาไปเดินเล่นไหม

ไม่มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ในตัวย่านเอกมัยเอง การพาหมาเดินประจำวันต้องพึ่งซอยชั้นในอย่างเอกมัย 5, 10 หรือ 12 ช่วงเช้าตรู่หรือเย็น ถ้าต้องการพื้นที่โล่งจริง ๆ ต้องเผื่อเวลาเดินทางไปสวนใหญ่นอกย่าน

ควรถามอะไรบ้างก่อนเซ็นสัญญาเช่าคอนโดเลี้ยงสัตว์ในเอกมัย

ต้องให้สัญญาระบุชัดว่าอนุญาตสัตว์ชนิดใด กี่ตัว ขนาดเท่าไหร่ ใครรับผิดชอบความเสียหายเกินการสึกหรอปกติ และสัตว์เข้าลิฟต์หรือพื้นที่ส่วนกลางได้หรือไม่ พร้อมขอดูข้อบังคับนิติบุคคลควบคู่กับคำยืนยันจากเจ้าของห้อง

บทสรุป

ถ้ากำลังหาคอนโดเลี้ยงสัตว์ในเอกมัยจริงจัง ให้เริ่มมองหาที่ซอยเอกมัย 5, 10 และ 12 มากกว่าตึกใหญ่หน้าปากซอย และอย่าเชื่อคำพูดปากเปล่าของนายหน้าหรือเจ้าของห้องเพียงอย่างเดียว ขอดูข้อบังคับนิติบุคคลเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนวางมัดจำทุกครั้ง เตรียมงบสำหรับเงินมัดจำสัตว์เลี้ยงเพิ่มเติมนอกเหนือจากเงินประกันปกติ และหาเบอร์คลินิกฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะจำเป็นต้องใช้จริง ส่วนเรื่องพื้นที่ออกกำลังกายของสัตว์เลี้ยง ควรทำใจเรื่องไม่มีสวนใหญ่ในย่านและวางแผนเส้นทางเดินหรือการเดินทางออกนอกย่านไว้ล่วงหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

แนะนำย่าน

คลินิกพูดอังกฤษ เอกมัย: หาหมอที่สื่อสารได้ ไม่ต้องพึ่งคนไทย

คลินิกพูดอังกฤษ เอกมัย อยู่ตรงไหนบ้าง เดินถึงจาก BTS ไหม แล้วเคสฉุกเฉินต้องไปที่ไหน สรุปให้ครบในที่เดียว

อ่าน 12 นาที
แนะนำย่าน

คาเฟ่นั่งทำงาน เอกมัย: ปลั๊กเยอะ Wi-Fi นิ่ง เปิดยันเย็น ร้านไหนเวิร์ก

คาเฟ่นั่งทำงาน เอกมัย ไม่ได้เหมือนกันหมด บางร้านปิดบ่ายสี่ บางร้านเปิดยัน 24 ชม. — เช็กก่อนแบกโน้ตบุ๊กไปนั่ง

อ่าน 14 นาที
แนะนำย่าน

เช่าคอนโดเอกมัย ชาวต่างชาติ: เอกสาร เงินมัดจำ และสัญญาที่ต้องเช็ก

ก่อนเซ็นสัญญาเช่าคอนโดรอบ BTS เอกมัย เช็กให้ครบ: เอกสารที่เจ้าของขอ เงินก้อนแรกที่ต้องเตรียม และใครจ่ายค่านายหน้า

อ่าน 11 นาที
คู่มือย้ายเข้า

ย้ายเข้าคอนโดเอกมัย 7 วันแรก: ติดเน็ตคอนโดเอกมัย มิเตอร์ไฟ แจ้งที่อยู่

จัดลำดับงานย้ายเข้าคอนโดเอกมัยตามเส้นตายจริง ตั้งแต่ ตม.30 ใน 24 ชั่วโมง ไปจนถึงติดเน็ตคอนโดเอกมัยและแจ้งย้ายทะเบียนบ้าน

อ่าน 13 นาที